head-chumchonwatrangbua-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนชุมชนวัดรางบัว(แหลมราษฎร์บำรุง)
วันที่ 27 กรกฎาคม 2021 11:21 AM
head-chumchonwatrangbua-min
โรงเรียนชุมชนวัดรางบัว(แหลมราษฎร์บำรุง)
หน้าหลัก » นานาสาระ » คัดจมูก และหวัดเด็กที่เป็นควรที่จะรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี

คัดจมูก และหวัดเด็กที่เป็นควรที่จะรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี

อัพเดทวันที่ 8 กรกฎาคม 2021

คัดจมูก

คัดจมูก และเป็นหวัดเด็กที่เป็น ควรใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ควรเลือกยาต้านไวรัสบางชนิด เพราะหวัดเกิดจากไวรัส ยาต้านไวรัสโดยใช้ขนาดยา 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน แบ่งรับประทานเป็น 3 ครั้ง อะแมนตาดีน 0.1 กรัมต่อเม็ด ปริมาณสำหรับเด็กจะถูกแปลงตามอายุ และยาต่อเนื่องที่อนุญาต ทานเป็นเวลา 3 ถึง 5 วันและยาวที่สุดไม่เกิน 10 วัน น้ำยาปากต้านไวรัสครั้งละครึ่งขวดวันละ 3 ครั้ง

เด็กที่อาการ”คัดจมูก”ควรทำความสะอาดโพรงจมูก หากเป็นหวัดและคัดจมูก โดยทั่วไปสำหรับเด็กโต อาการคัดจมูกจะรักษาได้ง่ายกว่า สามารถทานยาที่เกี่ยวข้องได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นสำหรับทารกตัวเล็กโดยเฉพาะ เมื่อมีอาการคัดจมูก สามารถใช้สำลีก้าน เพื่อล้างสารคัดหลั่งในจมูกได้ เนื่องจากทารกยังเด็กเกินไป การทานยาจึงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด

สามารถคลึงน้ำมูกออกเบาๆ ด้วยสำลีก้านนุ่มๆ หากสารคัดหลั่งแข็งเกินไป สามารถหยดน้ำนมแม่เล็กน้อยหรือน้ำสะอาด เพื่อทำให้นิ่มลงแล้วคลี่ออก เพื่อทำความสะอาดสารคัดหลั่งในจมูก สามารถหยดน้ำยาหยอดจมูกอีเฟดรีน 0.5 เปอร์เซ็นต์ลงบนโบรเคด จากนั้นขยายเข้าไปในโพรงจมูก ค่อยๆ หมุนเป็นเวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์ แล้วพัก 2 ถึง 3 วินาทีก่อนนำออก แล้วดำเนินการในกรณีอื่น เพื่อบรรเทาเยื่อบุจมูก เพราะมีความแออัดและบวมน้ำ

เด็กควรใส่ใจกับการรับประทานอาหาร เมื่อเป็นหวัดและคัดจมูก เนื่องจากความต้านทานของทารกค่อนข้างต่ำ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามหากเป็นไข้หวัดใหญ่ ทารกจำนวนมากจะเป็นหวัด ซึ่งถือเป็นยาที่ดี ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด ในการรักษาอาการหวัดของเด็กคือ การเลือกอาหารบำบัด เนื้อสัตว์ อาหารทะเลและเนื้อสัตว์ปีก เพราะมีสังกะสีมากที่สุด นอกจากนี้ถั่วต่างๆ ผลไม้แข็งและเมล็ดพืชต่างๆ ยังเป็นอาหารที่มีสังกะสีที่ดีอีกด้วย

อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี สามารถส่งเสริมการสังเคราะห์แอนติบอดีโดยอ้อม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก การขาดธาตุเหล็กในร่างกาย สามารถสร้างความเสียหายให้กับการผลิตเม็ดเลือดขาว และเซลล์บี การทำงานของภูมิคุ้มกันลดลง ซึ่งเป็นการยากที่จะต่อสู้กับไวรัสเย็น อาหารที่อุดมไปด้วยสภาวะการมองเห็น ได้แก่ แครอท ผักโขม ฟักทอง ผลไม้สีแดงและสีเหลือง ตับสัตว์ นมหรืออื่นๆ

สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นหวัดและคัดจมูก อาการคัดจมูก เป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อย สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่ โรคจมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ ติ่งเนื้อในจมูก เยื่อบุโพรงจมูกคด โพรงจมูกและเนื้องอกไซนัส โรคเนื้องอกในจมูกโตเป็นต้น ตามทฤษฎีแล้ว อาการคัดจมูกสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีต่างๆ ในผู้ป่วยบางราย อาการคัดจมูกอาจเกิดจากการตีบของลิ้นจมูก และการยุบของปีกจมูก

เด็กที่หายใจด้วยอ้าปากและนอนกรน อาจเกิดจากต่อมอะดีนอยด์โต อาการคัดจมูกข้างเดียว หรือมีน้ำตาไหลร่วมด้วย สังเกตว่า มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในโพรงจมูกหรือไม่ เมื่อเป็นหวัด เชื้อโรคจะเข้ามาสัมผัสกับจมูกก่อน เยื่อบุจมูกภายในจมูกมีความเปราะบางมาก เมื่อถูกกระตุ้นจะทำให้เกิดอาการคัน น้ำมูกไหลและเยื่อบุจมูกบวม ดังนั้นผู้ป่วยจะสัมผัสได้ อาการคัดจมูก อาการหวัดเล็กน้อยอาจไม่รุนแรงนัก

หากเป็นหวัดหนักขึ้น อาการคัดจมูกจะรุนแรงขึ้น แนะนำให้กินยาเพื่อรักษาให้เร็วที่สุด หากไม่มีอาการดีขึ้นให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล วิธีป้องกันไม่ให้ลูกเป็นหวัด การล้างมือเป็นมาตรการที่สำคัญที่สุด เป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันโรคหวัด และยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรียที่บ้านอีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า การล้างมือด้วยน้ำไหลเป็นเวลานานกว่า 20 วินาที สามารถบรรลุผลของการทำความสะอาดมือได้ การล้างมืออย่างถูกวิธี ล้างมือด้วยน้ำไหลอย่างน้อย 30 วินาที ถูมือให้สะอาดด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้นาน ภายใน 12 ถึง 24 ชั่วโมง ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการล้างมือ ก่อนที่จะรับประทานอาหารเพื่อลดอาการหวัด

 

 

 

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ  ภาวะซึมเศร้า วิธีป้องกันและการรักษาสุขภาพจิตรของคุณแม่มือใหม่

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4